หน้าแรก | ท่องเที่ยว | เนื้อข่าว

ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอำ สนุกสุดมันส์ สีสันวันพักผ่อน

17 พฤษภาคม 2555  เปิดอ่าน 100,718 ครั้ง

ไปเที่ยว "ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ" โมเดลแหล่งท่องเที่ยวใหม่เชิงไลฟ์สไตล์แถบอ่าวไทย

"ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ" เดินหน้าประกาศตัวเป็นแลนด์มาร์กแหล่งช้อปปิ้งและท่องเที่ยวรูปแบบใหม่เชิงไลฟ์สไตล์ในย่านหัวหิน-ชะอำ ที่มาพร้อมสโลแกน "Amused Shopping Experience" หรือ "สีสันใหม่แห่งประสบการณ์ความสนุก" หวังดึงนักท่องเที่ยวและนักช้อปเป็นสำคัญ ชูเป็นโมเดลแหล่งท่องเที่ยวระดับนานาชาติแถบชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตามยุทธศาสตร์ Royal Coast และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปแล้วเมื่อวันที่ 5 เดือน 5 พ.ศ.2555 ที่ผ่านมา พร้อมด้วยกิจกรรมความสนุกมากมายตลอดทั้งวัน ตั้งเป้ามีผู้มาท่องเที่ยวและหมุนเวียนมาใช้บริการ 1 ล้านคนต่อปี เผยเตรียมขยายเฟสต่อไปภายใน 3 ปี และขยายการลงทุนไปยังหัวเมืองท่องเที่ยวในภูมิภาคอื่นเพื่อตอบสนองตลาดท่องเที่ยวที่กำลังเติบโตในอนาคต


นางสาวนัสวีร์ ตันติจิรสกุล กรรมการผู้จัดการบริษัท ธีม พลาซ่า ดีวีลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า โครงการซานโตรินี พาร์ค ชะอำ ใช้เงินลงทุนกว่า 500 ล้านบาท บนพื้นที่ 60 ไร่ เป้าหมายของโครงการฯ ต้องการให้เป็นแลนด์มาร์กใหม่ระดับพรีเมียมในแถบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง สร้างสรรค์ประสบการณ์ช้อปปิ้งและท่องเที่ยวรูปแบบใหม่เชิงไลฟ์สไตล์ในย่านหัวหิน-ชะอำ โดยให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ตลอดจนเทศกาลต่างๆ ที่นักท่องเที่ยวต้องมาเยือน อีกทั้งสถานที่และบรรยากาศในช่วงเย็นจนถึงค่ำยังเหมาะเป็นสถานที่พักผ่อน พบปะสังสรรค์ รับประทานอาหารในหมู่เพื่อนและครอบครัว ทั้งนี้ตั้งเป้าว่าภายในสิ้นปี พ.ศ. 2555 จะมีลูกค้าหมุนเวียนมาใช้บริการมากกว่า 1 ล้านคน

นางสาวนัสวีร์กล่าวว่า จากการสำรวจทางการตลาดพบว่าย่านหัวหิน-ชะอำมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่หัวหิน 4 ล้านคนต่อปี และด้วยที่ตั้งสำคัญซึ่งเป็นเส้นทางหลักทางเดียวที่จะมุ่งสู่ภาคใต้และกลับเข้ากรุงเทพฯ จึงมีรถยนต์ผ่านหน้าโครงการฯ ในช่วงวันจันทร์-วันศุกร์เฉลี่ย 60,000 คันต่อวัน ส่วนวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เฉลี่ยอยู่ที่ 80,000 คันต่อวัน และในช่วงวันหยุดเทศกาลมีปริมาณสูงถึง 1.2 แสนคันต่อวัน และส่วนใหญ่ประมาณ 80% เป็นรถยนต์ส่วนบุคคล ดังนั้น เป้าหมายของโครงการ ที่กำหนดให้ซานโตรินี พาร์ค ชะอำเป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของนักท่องเที่ยวในแถบชายฝั่งทะเลตะวันออกนั้น เป็นโมเดลที่จะสอดคล้องกับแผนของภาครัฐที่ต้องการยกระดับแหล่งท่องเที่ยวชายทะเลให้สู่ระดับนานาชาติ ภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลอ่าวไทย (Royal Coast)

"จุดขายที่สำคัญของโครงการนี้คือการให้น้ำหนักกับบรรยากาศที่เราสร้าง คือคอนเซ็ปต์ซึ่งอิงกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้เทคโนโลยีผ่านสมาร์ทโฟนซึ่งพัฒนาไปรวดเร็วมาก คือ คนชอบถ่ายรูป ชอบแชร์รูป ดังนั้นคอนเซ็ปต์ของเราคือทุกมุมภายในโครงการฯ ต้องถ่ายรูปสวย มีความแตกต่างด้วยสถาปัตยกรรมสีฟ้า-ขาวสไตล์เกาะซานโตรินี ประเทศกรีซ ฉากหลังของโครงการฯ เราเป็นภูเขา ซึ่งมีเสน่ห์มาก เราจึงลงทุนและใส่ใจกับด้านสถาปัตยกรรมและงานประติมากรรมในพื้นที่ค่อนข้างสูง"

ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ ถือเป็นสถานที่แห่งสีสันที่จะจัดให้มีกิจกรรมตลอดทั้งปี โดยได้ออกแบบพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 3,000 ตารางเมตรให้สอดคล้องกับกิจกรรมต่างๆ ที่จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีสัดส่วนการใช้งานที่ลงตัว และยังได้รังสรรค์บรรยากาศให้เหมาะสำหรับการพักผ่อนต่างสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการจัดพื้นที่สวนที่เปิดโล่งเพื่อให้สามารถนั่งฟังเพลงจากคอนเสิร์ตเล็กๆ พร้อมวิวสวยๆ รอบตัว นอกจากนี้ ยังตอบรับการเป็นเมืองท่องเที่ยวของคนรักดนตรีด้วยลานคอนเสิร์ตที่สามารถจุได้ถึง 2,000 ที่นั่ง หรือ 5,000 คนยืน ซึ่งพร้อมสำหรับจัดกิจกรรมบันเทิงกลางแจ้งเต็มรูปแบบ และด้วยทิวทัศน์ที่สวยงามพร้อมกับการตกแต่งอย่างตั้งใจในทุกรายละเอียด ซึ่งไม่ได้เน้นแค่ความสวยงามแต่ให้รู้สึกถึงการเป็นสถานที่ที่สร้างสรรค์ แปลกใหม่ และให้ความสุขใจ จึงเหมาะกับการเลือกเป็นสถานที่จัดงานสำหรับคู่รักที่ชื่นชอบรูปแบบงานแต่งงานที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

ทั้งนี้ โครงการ ซานโตรินี พาร์ค ชะอำ แบ่งเป็น 5 โซนหลัก เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของนักท่องเที่ยว

- โซนวิลเลจ (Village) รวบรวมร้านค้าที่ตอบสนองความต้องการและความชอบได้ทุกเพศทุกวัย ที่ไม่เพียงมีสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง แฟชั่นแอ็กเซสเซอรี่ สินค้าไลฟ์สไตล์ และอาร์ตแอนด์เดคอร์เท่านั้น แต่ยังเปิดรับสินค้าจากผู้ประกอบการ SME ที่มีแนวความคิดอินเทรนด์ไม่ซ้ำใครซึ่งล้วนผ่านการเลือกเฟ้นมาอย่างดีทั้งสิ้น การเดินช้อปปิ้งในโซนนี้จะให้ความรู้สึกราวกับกำลังเดินชมร้านรวงบนเกาะซานโตรินี ทุกร้าน ทุกแบรนด์จะออกแบบหน้าร้านให้กลมกลืนกับตัวอาคาร นอกจากนี้ยังมีส่วนของร้านอาหารชั้นนำ เพสตรี้ ช็อป และคาเฟ่ให้ได้เพลิดเพลินในระหว่างช้อปปิ้ง

สำหรับร้านค้าในโครงการฯ มีทั้งหมดประมาณ 140 ร้าน เน้นสินค้าไลฟ์สไตล์ แฮนด์เมด และร้านอาหาร โดยมี แบรนด์เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายชั้นนำ เช่น Pena Weekend, 17 CLUB, Timberland, Converse, Adidas Neo, Adidas Kids, Nike, Levi's, Ten & Co, Hollywood, U-FO, Geox, Crocs, Hush Puppies, Lockport, Dockers, GTH Store เป็นต้น แว่นตาและเครื่องประดับ เช่น Ray Ban, All About Accessories เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีร้านอาหารรองรับหลากหลาย เช่น ร้านเบเกอรี่ Grape Story, ร้านไอศกรีมผลไม้ Fruz Scoop, เบอร์เกอร์สไตล์อเมริกันรสชาติถูกปากคนไทย Cable Grill, ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟที่หอมมันนุ่มลิ้น Froz on Ice เมนู Fish & Chip ของแท้สไตล์ตะวันตกที่ Pier 39 Fish & Ship, เมนูยากิโซบะรูปแบบใหม่ที่คุณไม่เคยสัมผัสในสไตล์ยากิโซบะบุฟเฟต์ Yakisoba Mania, ร้านอาหารสไตล์ญี่ปุ่น ข้าวหมูทอดสไตล์ญี่ปุ่น ข้าวหน้าแกงกะหรี่ และซุปมิโซะหอมๆ รสชาติแท้ Katsu-O และ The Donkey Deck Beer Bar พบกับเบียร์นานาชาติเย็นชื่นใจที่มีให้คุณเลือกตามสไตล์ที่ชอบ

- โซนพาร์ค (Park) ที่ยกเอาสวนสนุกขนาดย่อมมาไว้บนพื้นที่สีเขียว เครื่องเล่นทุกชิ้นผ่านการคัดสรรมาอย่างดีในแง่ความสนุก ความแปลกใหม่ และความปลอดภัย ทั้ง Ferris Wheel ชิงช้าสวรรค์ที่สูงถึง 40 เมตร ให้นักท่องเที่ยวได้เห็นโครงการฯ ในมุมมอง Bird's eye view อย่างจุใจ และยังเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของโครงการนี้อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมี Merry Go Round หรือม้าหมุน 2 ชั้น และ Ponycycle ม้าโยกสุดคลาสสิก ที่จะหมุนพาไปสู่สัมผัสแห่งเทพนิยาย สำหรับผู้ที่รักความตื่นเต้นก็มีเครื่องเล่นหลากหลายไม่ว่าจะเป็น G-Max Reverse Bungee แคปซูลดีดขึ้นฟ้า และ G-Max Giant Swing นำเข้าจากประเทศนิวซีแลนด์ผู้นำด้านกิจกรรมแอดเวนเจอร์ Water Ball ลูกบอลกลางน้ำที่จะทำให้เด็กๆ ได้สนุกภายในลูกบอลยักษ์ รวมถึง XD Dark Ride เครื่องเล่น 7D สุดไฮเทคสั่งตรงจากประเทศแคนาดา และ 4DX Rider โรงภาพยนตร์สุดยอดประสบการณ์ 4 มิติ พิเศษสำหรับ Slider และ Wallholla เครื่องเล่นปีนป่ายที่มีรางวัลการันตีจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ซึ่งเป็นตัวแรกในเอเชีย เป็นความสนุกเพิ่มเติมที่เราจัดมาบริการ ฟรี!

- โซนเรสต์ แอเรีย (Rest Area) ออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการของผู้มาใช้บริการภายในพาร์ค และผู้ที่สัญจรสู่ภาคใต้และผู้ที่มุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ เนื่องจากอาคารอยู่ติดถนนเพชรเกษมจึงสามารถรองรับลูกค้าได้ทั้ง 2 ด้าน ด้วยร้านอาหารที่พร้อมรอเสิร์ฟกว่า 10 ร้าน หรือนั่งจิบกาแฟในบรรยากาศสบายๆ อีกทั้งยังมีร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของฝาก ร้านขายยา และปั๊มน้ำมันขนาด 8 หัวจ่ายไว้บริการ ซึ่งในขณะนี้ร้านค้าต่างๆ กำลังอยู่ในระหว่างตกแต่ง และกำลังทยอยเปิดให้บริการเพิ่มขึ้นเป็นระยะ จัดว่าเป็นโซนที่ให้บริการผู้เดินทางได้อย่างครบถ้วน

- โซนอีเว้นต์ (Event) จัดให้เป็นพื้นที่สำหรับจัดกิจกรรมผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนตลอดปี ทั้งกิจกรรมพิเศษ โชว์ต่างๆ บนพื้นที่กว่า 3,000 ตารางเมตร หรือคอนเสิร์ตที่จุผู้ชมได้ถึง 2,000 ที่นั่ง หรือ 5,000 คนยืน
โซนวีคเอนด์ อาร์ต มาร์เก็ต (Weekend Art Market) Destination of Art ที่จะจัดขึ้นทุกวันเสาร์-อาทิตย์ คนรักงานศิลปะจะได้เพลิดเพลินไปกับการเลือกซื้อสินค้าแฮนด์เมดที่ไม่เหมือนใคร ในบรรยากาศตลาดนัดในสวน ซึ่งวางแผนจะเปิดตลาดให้ช้อป ชม ชิม ได้ในช่วงปลายปีนี้

โครงการ ซานโตรินี่ พาร์ค ชะอำ เปิด-ปิด วันจันทร์-วันพฤหัสบดี เวลา 10.00-21.00 น. เปิดให้เข้าชมฟรี (ยกเว้นเครื่องเล่นเก็บค่าบัตรตามปกติ) และช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ วันศุกร์-วันอาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ เวลา 10.00-22.00 น. ค่าบัตรผ่านประตูราคา 50 บาท

รายละเอียดเพิ่มเติม www.santoriniparkchaam.com, www.facebook.com/SantoriniPark, www.twitter.com/santorinipark

(คลิกที่ภาพ เพื่อชมภาพขนาดใหญ่)

อัพเดตเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวสนุกๆ มากมายได้ที่ http://travel.sanook.com/

ร่วมเป็นแฟนเพจเรา บน Facebook..ได้ที่นี่เลย!!

ขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

สนุกท่องเที่ยว
กลับสู่ Full Version