ตามรอยทริปดัง "3 ชะนีแบ๊คแพคลุยเที่ยว..วังเวียง"

ตามรอยทริปดัง "3 ชะนีแบ๊คแพคลุยเที่ยว..วังเวียง"

ตามรอยทริปดัง  "3 ชะนีแบ๊คแพคลุยเที่ยว..วังเวียง"
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

Sanook! Travel ไม่รอช้าที่จะไปคว้าทริปดังข้ามคืนอย่าง "3 ชะนีแบ๊คแพคลุยเที่ยววังเวียง" ที่เขียนโดย คุณ ninnin11june  มาแบ่งปันให้เพื่อนๆชมกันค่ะ ต้องบอกว่าทริปนี้เป็นทริปของสาวๆ 3 คน ที่ชวนกันไปเที่ยววังเวียงตามประสาสาวๆ สุดจี๊ด แล้วใช้วิธีการเล่าเรื่องที่สนุกสนาน เข้าใจง่าย รวมถึงภาพถ่ายที่สาวๆ ถ่ายออกมานั้นก็ดูน่ารัก น่าชัง  จนทำให้เรื่องราวนี้ถูกใจใครหลายคน และได้ถูกพูดถึงเป็นวงกว้างในโลกโซเชียล จนสุดท้ายก็ได้ยินมาถึงหูของพวกเรา..เอาล่ะพูดมากมาพอสมควร เราไปดูเรื่องราวของ 3 สาวกันเลยดีกว่าค่ะ 

สวัสดีค่ะ ชื่อ " นินนิน " นะคะ ก่อนอื่นขอออกตัวว่า นี่เป็นครั้ง*แรด*ในชีวิต กับการเขียนรีวิวท่องเที่ยวแบบนี้และเป็นครั้ง*แรด*กับการใช้ชีวิตประหนึ่งแบคแพคเกอร์ 

พอดีมีเพื่อนนี 2 นาง ชวนไปเที่ยววังเวียงแบบ>>ปุ่บปั่บ ไปกัน 3 วัน 2 คืน 26,27 กลับ 28 มีนาคม 2558 อีนี่ก็ตกลงไปแบบ งงๆ ไม่แคร์โลกฟ้าดินและเงินในกระเป๋าอะไรเลย เพื่อนชวนไปก็ไป ชีวิตนีโสดก็งี้ พึ่งอกหักหมาดๆ ใครชวนไปไหนก็ไปโม๊ดด!!

ตอนแรกก็กะไปเที่ยวหลุดๆโลก ไม่ได้แคร์อะไร พอโพสรูปลงเฟสบุ๊คเท่านั้นแหละ!! ประชาชนโซเชี่ยลโหมกระหน่ำถามเรื่องดีเทลกันหนักมากคือบังคับ ขู่เข็น ผลักไส ให้บอกมาให้หมดตั้งแต่ค่ารถ ไป อะไร ยังไง!? เอ่าาาาา!! ซวย สิ อีนิน ไม่ได้ตั้งใจ จดจำ บันทึกอะไร

เลยคือเข้าใจมั้ย!? ไม่ใช่สายการท่องเที่ยว ไม่เคยคิดจะมาทำรีวิวท่องเที่ยวอัลลัยแบบเน้ แต่...อ่ะๆ!! จะลองดู เรียงความภาษาไทย ป.6 ก็ได้เกรด 4 อยู่

เพราะฉะนั้น อยากได้รายละเอียดยิบ แบบหนักๆ จากกระทู้นี้ จะไม่มี! อยากเห็นภาพสวยๆ Full HD ก็ไม่มีค่ะ ใช้มือถือถ่ายเอาทั้งหมด อย่างไรก็ตามแต่นินจะพยายามระลึกชาติให้ได้มากที่สุด ให้พอได้มีสาระมากที่สุดเอาเป็นว่า กระทู้นี้จะเป็นการบอกเล่าเรื่องราว 

ความรู้สึก และดีเทลค่าใช้จ่าย นิดๆหน่อยๆ เท่าที่จำได้ จากการไปวังเวียงครั้งนี้นะคะ ผิดพลาดยังไง กราบเบญจางคประดิษฐ์ ถวายพานพุ่มไว้ตั้งแต่ต้นทางเลย  ***เอามันส์เนอะ อย่าจริงจังมากเนอะ สาระเชิญทางอื่น ม่วนซื่นเชิญหม่องนี้!!

เรา 3 คน นัดเจอกันที่ จ.อุดรธานี เช้าวันศุกร์ ที่ 27 มีนาคม 2558 ( ละเอียดไปมั้ย!? ) เพื่อมาขึ้นรถ อุดร - วังเวียง ตั๋วราคา 320 บาท เปิดขาย 7.00 น. โนจอง โนซื้อให้กัน ต้องซื้อด้วยตัวเอง ต้องใช้พาสปอร์ตในการซื้อ รถออก 8.30 น.ค่ะ 

ไม่ได้ถ่ายรูปรถหรืออะไรไว้เลย เซลฟี่มีแต่หน้าชะนีกันไป 8 ยก ลืมแนะนำเพื่อนค่ะ สาวผมดำยาวนั้น นุ้ย นะคะ สาวหน้าตาอินเตอร์นั้น มีมี่ ค่ะ

นั่งรถกันไปประมาณ ชั่วโมงนึง ถึงหนองคาย เอ่าาา ลงรถรถค่ะ ไปเขียนใบขอเข้าประเทศลาว แสตมป์พาสปอร์ต ว่ากันไป ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ มีรูปแค่นี้ ผู้ชายแบคแพคนั้นไม่เกี่ยวกับเนื้อหาเลย มีค่าผ่านแดน ประมาณ 10 บาท ไม่แน่ใจนะคะ บอกแล้วไม่ได้ตั้งใจรีวิว หรือ 

จดจำอะไรทั้งสิ้น นินแลกเงินไป 3,000 บาท = 751,560 กีบ ตอนนั้นหันไปมองหน้าเพื่อน บอกว่า " แกรรร ชั้นไม่ไปเที่ยวแล้ว จะกลับไทยไปดาวน์รถให้แม่ " รวยมากมีเงิน 7 แสน !!

ขึ้นรถต่อจากด่านที่หนองคาย นั่งกันไปจนก้นละลายหลอมไปกับเบาะ หลับฝันเห็นผู้ชายไป 30 คนแล้ว ก็ยังไม่ถึง ขึ้นเขาไป 800 กว่าโค้ง จนกระทั่ง รถจอด!!!!!!!!!!!!!!!!!! นี่ดีใจมากนึกว่า ถึงแล้ว กำลังจะหยิบพลุมาจุด

" จอดพักทานข้าวเข้าห้องน้ำ 15 นาทีครับ "

( ค่ะ!! )

ตรงจุดพักมีก๋วยเตี๋ยว แซนด์วิช ไอศกรีม น้ำ เบียร์ ขนม ขาย เราสั่งก๋วยเตี๋ยวกินกันค่ะ ราคา 60 บาท!!! น้ำเปล่า 28 บาท!!ก๋วยเตี๋ยวรสชาดดีค่ะ ซดอะไรร้อนๆ หายเมาโค้งได้หน่อย

ห้องน้ำสะอาดค่ะ 10 / 10 เลย มีแบบโถนั่ง พร้อยสายฉีด ทิชชู่ก็มี พื้นแห้งๆ ชะนีให้ 10 ผ่าน (เป็นคนไม่ชอบเข้าห้องน้ำสาธารณะค่ะ ยอมรับเลยว่ากระแดะมากกับเรื่องความสะอาด)

จากนั้นก็นั่งรถไปอีก 8 พันล้านโค้ง ยอมรับว่า นานมาก นานจนต้องร้องขอชีวิต นับเวลารวมๆ ประมาณ 7 - 8 ชม. แล้วเราก็มาถึง บขส. เวลาบ่าย3กว่าๆ สภาพวินเทจ เหมือนปั๊มน้ำมันกลางทะเลทรายในหนังฝรั่ง จาก บขส. มีรถตู้คันใหญ่ๆ นั่งฟรี จุคนได้ 20-30 คน เข้าไปนังวังเวียง นั่งรถ 5 นาที ก็ถึงแล้ว ตอนรถจอดที่วังเวียง ภาพแรกที่เห็นคือ วิวภูเขา ตัดกับท้องฟ้า และแสดงแดดเวลาบ่าย 3 ทอลงมาบนพื้น สวยงาม อลังการ บัลลังก์เมฆมาก ไม่ได้ถ่ายไว้ กำลังจูนกับความเมา 8 พันโค้ง

แล้วเราก็ถึงเมืองวังเวียงค่ะ มนุษย์ที่เดินทางมากับเรา ต่างแยกย้ายดูมีจุดหมายของตัวเอง เรา 3 คนก็มีค่ะ แต่จุดหมายไปทางไหนไม่รู้ค่ะ บังกะโลนามว่า Villey Vong ไปทางไหน!? ชีวิตที่ไม่มีเนตอ่ะเนอะ จะกูเกิลแมพก็ไม่ได้ เก้ๆกังๆกันอยู่สองยก พี่รถสองแถวก็บอก ไปมั้ย จะไปส่ง ( ค่าสองแถวจำไม่ได้ค่ะ ) ด้วยความที่เรายังไม่รู้จักทางก็เลยนั่งสองแถวกันไปบังกะโล ไม่ถึง 5 นาทีค่ะ ถึงที่ละ!!! ( เซลฟี่ไป 4 ยก บอกแล้ว รูปดีๆ จะไม่มีจากกระทู้นี้ )

ถึงแล้วววววววววววววววววววววววว หูยยย ฟีลกู้ดมากอ่ะเนอะ การที่จะได้เอาอีแบคแพคหนักๆปาลงบนพื้นซักที บังกะโลงามดี ท่ามกลางธรรมชาติ ต้นไม้ร่มรื่น เพื่อนจองผ่าน อโกดาค่ะ 2250 บาท 2 คืน พร้อมเบรคฟาสต์ หารกันตกคนละ 750 บาท สวยๆ 

ภาพห้องพักมีเท่านี้ ย้ำกันอีกที พี่ไม่ได้ตั้งใจมารีวิวการท่องเที่ยวครั้งนี้ มี 1 เตียงใหญ่ 2 เตียงเล็ก แอร์ ทีวี พัดลม น้ำอุ่น ส้วมชักโครก มีสายฉีดตูด (นินจะดีเทลกับห้องน้ำมาก อีไม่ได้ เยี่ยวไม่ออก ถ้าไม่มีอีสายฉีดตูดเนี่ย) เตียงนุ่มมากกกก นอนสบาย เสียดาย ไวไฟไม่ถึง ต้องไปเล่นตรงล๊อบบี้ พร้อมบริจาคเลือดให้ยุง ขอติอย่างเดียวจากห้องพักที่นี้ มีกลิ่นค่อนข้างอับค่ะ เพื่อนไม่ได้กลิ่นนะ มีนินบ่นคนเดียว นอกนั้นโดยรวมถือว่าดีมากค่ะ สำหรับราคานี้ คุ้มค่ะ

หลังจากเคลียร์ กระเป๋า ชีวิต อึ ฉี่ เราก็รีบแปลงร่าง ลุยต่อเลยทันที กลัวเสียเวลา เพราะตอนนี้ก็ 4 โมงเย็นแล้ว ปรึกษากันอยู่ 60 วิ ตกลงได้คือ ซื้อทัวร์ไปพายคายัค ซื้อได้ที่โรงแรมเลย เค้าคิดหัวละ 300 เราก็ ตกลง เลย!! โดยไม่รู้ว่าแพงหรือถูก กลัว ค่ำก่อนได้ทำกิจกรรมอ่ะเนอะ อ่ะถ่ายรูปกันไปอีก 2 ยก กับกำแพงบังกะโล  ( มีส่วนไหนที่แสดงว่าเป็นวังเวียงบ้างยังเห้ย!? )

นินก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ ว่า ชั้นมาถ่ายรูปให้ 2 คนนี้ ช๊ะ!? นี่ยังไม่มีรูปตัวเอง งามๆเลย พูด!!!

วิวจากโรงแรม ค่ะ เอาเว้ยๆ มีรูปวิวแล้วเหวยยยยยยย แต่เริ่มเบื่อหน้าเพื่อนแล้วพูดเลย จะถ่ายวิวนี่ก็เอาหน้ามาแทรก เฮ้ออออ!!

มาแล้วจ้า 2 แถวมาแล้ววววว รถรับส่ง พร้อมไกด์พาไปพายคายัคค่ะ ทั้งทัวร์ก็มี แค่ ชะนี 3 นางนี่แหละค่ะ รู้สึก ไพรเวซี่มาก!! ซึ่งพี่ไม่ค่อยต้องการ พี่อยากพบปะปฏิสนธิกับคนอื่นบ้าง เบื่อชะนีมาก พูดดดดดดดดดดด!! ไม่เป็นไรวันแรก ใจเย็น..... ไปค่ะ ขึ้นรถกัน!!

วิวระหว่างทางค่ะ จากการที่ไปภาคเหนือบ้านเรามา 588 ล้านรอบ บอกตรงๆ คนละอารมณ์กับที่นี้เลย บอกไม่ถูกจริงๆ ภูเขา ท้องฟ้า ท้องนาที่นี่ มีเสน่ห์น่ามองอย่างพิศวง อย่าไปประเมินจากในรูปนะ ต้องไปดูด้วยตาตัวเอง ท้า!!!

นั่งสองแถว หัวสั่น ตกหลุมกันไป โยกหัวเป็นจังหวะดับเสต็ป ประมาณ 15 นาที ก็ถึงค่ะ ภาพแรกที่เดินลงจากสองแถว ชะนีกรี๊ดหนักมาก!! จนไกด์ถึงกับผงะ กดชัตเตอร์รัวมาก จนไกด์ถอนหายใจไป 10 จังหวะ ยังค่ะ ยังอินกับความสวยระดับ 800 เรกเตอร์ไม่หาย คือ....... แสงของพระอาทิตย์อ่อนๆ ทอแสงลงบนแม่น้ำไหลเอื่อยๆ เล่นแสงระยิบระยับ และใสจนเห็นเม็ดทรายทุกเม็ด  ท้องฟ้าที่สีฟ้ามาก ก้อนเมฆก็น่ารักเหลือเกิน บวกกับหมู่แมกไม้ ที่รายล้อม ช๊อตนี้ ดอลลี่กล้องค่ะ หมุนรอบตัวเองไป 10 ที สวยจริงๆ เกินบรรยาย อย่าเชื่อ ต้องมาเห็นกับตา!!

หลังจากชะนีกรี๊ด ไป กรี๊ดมา วิ่งไปถ่ายรูปมุมนั้น มุมนี้ ไกด์ก็กวักมือเรียกแบบ วอนขอ ว่า มาเถอะๆๆๆ กราบละ มาพายเรือได้ละ เราก็ทำหน้ากรุ้มกริ่มสำนึกผิด เดินมาฟังคำแนะนำจากไกด์ นุ้ย กะ มี่ พายเรือด้วยกันค่ะ ส่วนนินนั่งไปกับไกด์ ชื่อพี่บุญ พี่บุญหน้าตายิ้มแย้ม น่ารัก อัธยาศัยดี นางก็สอนวิธีพายเรือไป 30 วิ บอกเลย อีมี่ กะ อีนุ้ย งง และไม่พร้อมมาก แต่ ไกด์ไม่แคร์ นางผลักเรือลงน้ำ แล้วจับนางทั้ง 2 ยัดใส่เรือ คายัค เลย ซึ่ง 2 นางก็จูนตนเองให้เข้ากับไม้พายและเรือ สักพัก ก็มันส์มือเลยค่ะ พายเอาๆ ประหนึ่งว่าเกิดในตลาดน้ำดำเนินสะดวก ส่วนนินพายไปมั่วๆค่ะ เพราะ ไปกะพี่บุญ สบายใจดีค่ะ ก็นะ สบายใจเนี่ย อีเพื่อน 2 คนค่ะ ได้รูปสวยมาก!! เพราะ อะไร คะ นินถ่ายให้ไงคะ แล้วดูรูปนินสิคะ!!!

ค่ะ!! จิตใจพวกเมิงทำด้วยอัลลัย เคยคิดจะ ถ่ายรูปให้กรูบ้างมั้ย เบ้ปากใส่ก็แล้ว ตะโกนด่าก็แล้ว ถอนหายใจดังๆ ใส่ก็แล้ว มันไม่สำนึกกันเลยค่ะ #ร้องไห้หนักมาก

พายไปสักพักค่ะ เราก็ได้ยินเพลง ตึ๊บ ตึ๊บ ตึ๊บๆ แบบ หันไปมองหน้ากันแบบในหนังซิทคอมแล้วกรี๊ดกร๊าด มากคือ เป็นบาร์ริมน้ำ ค่ะ เพลงตื๊ดโดนใจประหนึ่งว่าอัญเชิญดีเจฮาร์ดเวลมาประทับที่แล้วพี่บุญก็ทนความระริกระรี้ของชะนีไม่ไหว " จอดแวะเบิ่งบอ จอดเบิ่งได้ ลงไปถ่ายฮูปได้เด้อ " ชะนียิ้มปรี่พร้อมหันเรือเข้าฝั่ง " จอดโลดข่าาาาาาาาา "

กรี๊ดดดดดดดด แบบโดนของอีกแล้ว ( ทริปนี้กรี๊ดหนักมาก กลับมาต้องโด๊ปน้ำผึ้งมะนาวอ่ะ ) พี่บุญถึงกับผงะ!! แกร๊!! ชั้นจะยกสำนวนโวหารอัลลัยมาบรรยายสถานที่แห่งนี้ คือไม่ได้สนใจบาร์นะ หันไปมองวิวข้างบาร์เว้ยยยยยยยยย

มันคือฉากภูเขาสูงตระหง่าน บนหญ้าสีเขียวสดอย่างกับการ์ตูนทอยสตอรี่เว้ยยย

แล้วลมพัดพริ้วๆ แบบใน MV เพลงป๊อปใสๆ แล้ว แสงส่องมาทอประกายแบบไม่ต้องใช้ฟิลเตอร์( มี่ๆ กูอยากได้แบบวิวครบองค์ประกอบเห็นท้องฟ้าด้วย ภูเขาด้วย ถ่ายอะไรเนี่ยมี่ #เบ้ปาก )คือดีอ๊าาาาาาาาาาา ดีมากกกกกกกกก เข้าไปกระโดดโลดเต้นกัน 80 ยก

และไฟนอลลี่ก็มีรูปเต็มตัวแบบยืนครบองค์ชะนี ( งานตั้งกล้อง ) ค่ะ!! ขนาดถ่ายรูปรวม พวกเมิงยังแย่งซีน เอาขายาวๆสวยๆ หุ่นเอวเอส บังกรูวมิด #จิตใจพวกเมิงถั่มด้วยอัลลัย #วิ่งไปร้องไห้ในทุ่งนา

วิ่งไปจริงๆ วัวตกใจ ถึงกับกระเจิง

แล้วเสียงระฆังก็ดังขึ้นค่ะพี่บุญกวักมือเรียก ให้ไปต่อ ค่ะ ค่ะ ค่ะ ไปพายเรือ ต่อ ระหว่างทางพายไป นินยิ้มแบบคนบ้าอ่ะ ไฮไปกับบรรยากาศรอบด้าน โอ้ยย สโลวไลฟ์ มันดี มันเพลิน มันฟิน มันบรรยายไม่ถูก ต้องมา ยังไงก็ต้องมา แล้วต้องมาพายเวลานี้ด้วยนะ อากาศดีระดับ 10 ดีมาก ชีวิตตัดขาดจากโลกวัตถุ พริ้วไปกับบรรยากาศรอบด้าน ฮ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ดี๊ดี ดีอ่ะ แต่จะถูกขัดจังหวะจากเรืออิมี่อินุ้ยค่ะ มันติดโขดหินบ้าง พุ่งจะไปชนข้างทางบ้างสมน้ำหน้ามันค่ะ สวยมาก หุ่นดีมากพระเจ้าลงโทษมันค่ะ ดีค่ะ ดี

พายไปสักพัก ระยะทางไกลเหมือนกันนะคะ คือพายเพลินมาก เพลิน จน เพลิน จน อ่าาา เอิ่มมม พี่บุญ คะ เราจะพายกันไปถึงไหนคะ!? พี่บุญบอก 5 กิโลค่ะ อินุ้ย อิมี่ เริ่มล้าค่ะ แล้วก็ถึงจุดพัก คือ ต้องมีการเอาน้ำออกจากเรือด้วยค่ะยูวว์ ไม่ใช่สักแต่จะพายๆๆ โอเค๊!? เอ่าหละ จอดเอาน้ำออก ทำอะไรคะ ชะนีวิ่งไปหามุมถ่ายรูปค่ะ!!!

ค่าาาาาาาาาาาาาา ปรบมือเป็นกำลังใจให้นินด้วยค่ะ ในที่สุดก็มีรูปถ่ายกับเรือคายัคซักทีค่ะ เพราะอะไรคะ!? อ้อนวอนให้นังเพื่อนถ่ายให้ไงคะ คือเข้าใจมะ  อยากมีรูปเผลอๆ แบบ อิ๊ อ๊ะ กำลังพายเรือ โดนแอบถ่าย ไม่หลูเรื่องเลย แบบนี้ ไม่มี!!!ได้รูปแบบเกรียนๆ ค่ะ!!!!! #บ่นหนักมาก สาระไม่มี

ขณะที่กำลังจิกอิเพื่อนให้ถ่ายรูปอย่างสาแก่ใจ พี่บุญค่ะ กวักมือเรียกค่ะ มาช่วยยกเรือเอาน้ำออกช่วยกันสิคะอย่าอู้ค่ะ ค่ะๆๆๆ ไปช่วยพี่บุญกัน แล้วเราก็ขึ้นเรือ พายต่อไป

พายจนไปถึงที่พักเราค่ะ ที่พักส่วนใหญ่จะติดแม่น้ำค่ะ ที่พักเราก็เช่นกัน เราก็โบกมือลาพี่บุญกันไป หิวโหยมากค่ะ ชะนีเวียนหัว ปลาร้าในเส้นเลือดลดระดับ ต้องอัดฉีดหน่อย นอกจากเมคอัพที่ช่วยชีวิตผู้หญิงแล้ว ก็มีส้มตำนี่แหละค่ะ ที่หล่อเลี้ยงจิตวิญญาณเราค่ะ ไปค่ะ ส้มตำ ร้านแถวโรงแรม เราสั่ง ตำลาวเผ็ดๆ ลาบหมู ไส้กรอกย่าง

โหยยยยยยยยยยยยยยยยยย แซ่บอีหลี แซ่บแฮง ถึกใจหลาย ลาบกะนัว ไส้กรอกกะแซ่บบบบบบ

ค่าเสียหาย 95000 กีบ = ประมาณ 380 ไทย หาร 3 คนละ 126 บาท  แพงนะ แต่ไม่เป็นไร อร่อย บวกกับความโหย ชะนีไม่มายด์

ระหว่างทางกลับโรงแรม มีรถเข็นขายโรตี กลิ่นหอมเตะจมูก อีพวกเอวเอสทนไม่ไหว มันจัดไปคนละถาดค่ะ ราคา ถาดละ 10,000 กีบ = 40 บาท อร่อยเด็ดดวง!!

 แล้วตะวันก็ตกดินค่ะ ชะนีก็ออกโบยบิน อาบน้ำแต่งตัว ไปสำรวจ Night life ของวังเวียงกัน อิเพื่อนมันรีเสิชมาแล้วค่ะ ล๊อคเป้า!! เตรียมแลนดิ้ง Sakura Barจากการประมวลผลด้วยตาเปล่า สถานที่แห่งนี้ มี ฝ. 50% โอปป้า 30 % และ พี่ไทยกันเอง 20 %  เป็นชะนีทั้งสิ้น 30 % และ เป็นชายที่คิดว่าแท้ 50% และ ระบบไม่ประมวลผลเพศที่แน่ชัดอีก 20 % งานนี้ชะนีชนะเห็นๆ ค่ะ สาระ ประมวลผลกันอีกนิดนะคะ ฝ.ค่อนข้างออกไปแนวเข้ามาลูบมาคลำก็เยอะค่ะ แบบยืนเก็กนิ่งๆหล่อๆในกลุ่มเพื่อนให้เราได้แอบบมองก็มีค่ะ ส่วนโอปป้า จะเป็นแนวที่ไม่เริ่มก่อนค่ะ ยืนเต้นกันเป็นวงกลมสร้างบาร์เวียส่วนตัวค่ะ ถ้าอยากปฏิสนธิกับนาง ต้องหันไปยิ้มบ่อยๆ หรือแกล้งเนียนๆแทรกตัวเข้าไปในวงนางค่ะ

ส่วนพี่ไทยกันเองไม่ต้องห่วงค่ะ เห็นเมาท์มอยกันเป็นภาษาไทยนี่เข้ามาหาโดยอัตโนมัติค่ะ ได้เพื่อนใหม่กันไป น่ารักดีค่ะ คนไทยในต่างแดน เป็นนิสัยน่ารักๆ ที่น่าชื่นชมค่ะ

หลังจากประมวลผลกันไป เราก็เต้นกันไป 800 เสต็ป จนบาร์ปิด เรา 3 สาวก็เดินกลับห้องกันค่ะ ไม่ต้องห่วงว่าจะมีเกรียนมาแซววิ้ดวิ้ววว ข้างทางไม่มีค่ะ ชาววังเวียงน่ารักมาก เราเดินกลับห้องยาวๆประหนึ่ง รันเวย์วิคตอเรียซีเคร็ต ถึงห้องอย่างปลอดภัยค่ะ

จำค่าใช้จ่ายที่บาร์ไม่ได้ ขอข้ามละกันโนะขอจบ Day 1 แต่เพียงเท่านี้ เดี๋ยวมาต่อ Day 2 นะคะ นั่งพิมพ์จนหน้ามืด ไม่เคยเขียนรีวิวท่องเที่ยวมาก่อน เหนื่อยเหมือนกันนะคะ ขอสูดออกซิเจนแปบนึงจ้า

ขอบคุณทุกคนสำหรับคอมเม้นต์นะค๊าาา กราบไปสินิน ก้มลงกราบงามๆ

เห็นเงียบไปยกแปดนี่ไม่ได้อู้ ไฟดับค่ะ 5555555555 มาต่อกันเลยดีกว่า ไฟมาแล้วววว ให้ตายเถอะ ค่าไฟก็จ่ายนะคะ พายุเข้า!! เสาไฟฟาแถวบ้านล้มไป 20 ต้น เฮี้ยนจัดค่ะ มารีวิวกระทู้ท่องเที่ยงครั้งแรก รับขวัญกันแบบนี้เลย

กู๊ดมอร์นิ่งเช้าวันที่ 2 ที่วังเวียง ตื่นมาแบบน่ารักในมุ้งเจ้าหญิง รู้สึกฟรุ้งฟริ้งเสียนี่กะไร ส่วนภาพขวานั้นเตียงอินินเอง เมิงมาแต่งหน้าเจ้าสาว หรือมาแบคแพคคะ!?

ตื่นกันเช้ามาก!! น่าจะ 7 - 8 โมงโดยประมาณ เพื่อรีบมารับประทานเบรคฟาสต์ ยังไม่อาบน้ำค่ะ หน้าสดกันทั้ง 3 นางกลัวไม่ทันอาหารเช้า และเผื่อจะได้ไปส่องผู้ในช่วงเวลานั้น ปรากฏว่า ...................

เงียบกริบค่ะ มีแค่เรา 3 คน ทานข้าวเช้ากัน หายไปไหนหมด!!? ยืนหมุนรอบตัวเองด้วยความ งง วัทเอฟเวอร์ค่ะ เรื่องแดร๊ก!! นี้สำคัญกว่า

เช้านี้มีข้าวต้ม และเซตอาหารเช้า ขนมปังบาแกต ไข่เลือกได้ตามใจชอบ ต้ม กวน ดาว เลือกโลด เรา 3 คนซัดทั้งข้าวต้ม และ เซตขนมปัง กินกันจนแม่ครัวต้องร้องขอชีวิต

ลืมเมาท์ เมื่อคืนตอนเดินไป Sakura Bar เราก็เดินสุ่มเลือกซื้อทัวร์ที่จะมาเที่ยววันนี้กัน คือสุ่มจริงๆ ไม่ได้ถาม หรือ เปรียบเทียบราคา แบบ เออๆ เอาร้านนี้แหละ เราซื้อทัวร์เอา และ ต้องซื้อทัวร์แยก เพราะเราไปคายัคกันมาแล้ว แพลนเป็นแบบนี้ เช้า ไปทูบบิ้ง (นั่งห่วงยาง) ลอดถ้ำน้ำ + ชมถ้ำช้าง ราคา 90000 กีบ = 360 บาทต่อคน บ่าย  ถ้ำจัง + บลูลากูน ราคา 1000 บาท ต่อคน

ถ้าจะมาเที่ยวกันละก็ ซื้อทัวร์เถอะค่ะ สะดวกสบายที่สุดแล้ว อย่าอาจหาญเช่ามอไซค์ จักรยานไปเอง ทางมันไกล และ ถนนแย่ระดับ10 ไปเองจะ งง เอานะยูวว์

เวลานัดทัวร์ 9.00 น. เรา 3 สาวมาสายค่ะ เค้ามากันหมดแล้ว มีรถไปรับถึงหน้าโรงแรมสะดวกมาก บนรถหวังว่าจะพบกับแก๊งค์หนุ่มๆแบบอัดแน่นเต็มรถ

ผิดคาด!!!!! เจอแก๊งค์อาจุมม่าจากเกาหลี 5 นาง คู่รักชายโอปป้า 2 นาง คู่รักหนุ่มสาว ฝ. 1คู่  และชายไทยแท้ซึ่งสัมภาษณ์กัน มีลูกมีเมียแล้ว 1 นาง #บายค่ะ ผู้ชายไม่ใช่โฟกัสอีกต่อไป ไปลุยกับความมันส์ของทริปนี้กันดีกว่า

เริ่มต้นกันที่ ถ้ำน้ำค่ะ มาถึงแล้ว ทางไกลพอควรค่ะ น่าจะ 20 - 30 นาที ถึงทางไปก็เป็นหลุมเป็นบ่อ นั่งโยกหัวจังหวะดับเสต็ปกันเช่นเคย พอถึงที่ไกด์ก็จะแจกน้ำคนละขวด และ เสื้อชูชีพค่ะ กระเป๋ากันน้ำ เพราะเราจะนั่งห่วงยางลอดถ้ำน้ำกัน

โอยยยยยยยยยยยยยยยย วิวสวย 360 องศาเช่นเคย

ยังไม่ถึงจริงๆค่ะ ต้องเดินเข้าไปในหุบเขาตรงนั้นนะ ทีอิมี่ชี้นั้นแหละ ระหว่างเดินไม่ได้รู้สึกไกลเลย จริงๆแค่ประมาณ 10 นาทีนิดๆ บวกกับวิวที่สวยจนติ่งบิด ผีเสื้อนี้บินกันว่อน ดอกหญ้าน่ารักๆเพียบ

แต่ไม่ได้ถ่าย = = อยากรู้ต้องไปดูเองงงงงงงงง!!

เดินมาถึงหน้าถ้ำ จะมีศาลาตั้งเรียงๆซ้อนๆกันอยู่ แต่ละทัวร์จะต้องไปสิงกันอยู่ในนั้น เพราะว่า ถ้านี้ต้องลอดเป็นกรุ๊ปๆ ค่ะ จะแห่มุดๆเป็น 100 คนก็ไม่ไหว วุ่นวายถ้ำแหกกันพอดี

เราก็รอคิวไปค่ะ เมาท์มอยก็แล้ว ส่องผู้ชายก็แล้ว สัมภาษณ์เพื่อนในกรุ๊ปทัวร์ก็แล้ว เอามือถือมาเลื่อนขึ้นเลื่อนลงก็แล้ว เนตไม่มีไง ชีวิตว่างได้อีกกกกก หน้าไม่ต้องก้มดูจอไง

จนเรา 3 คนหันไปเจอธารน้ำเล็กๆ สะพานไม้น่ารักๆ บวกกับเด็กกลุ่มหนึ่งกำลังเล่นกันสนุกสนาน 3 ชะนีไม่รอช้า แอบหนีไกด์ไปขอเก็บรูปกันแป๊บนึง

ชีวิตเด็กทีนี่ชิลล์ดี ไม่ต้องนั่งเล่นเกมส์ในไอแพด มุดน้ำจับปลาค่ะ ฮิพส์เตอร์ไปอีก

เอาหละค่ะ ได้เวลาทีมงาน Thailand's next top model ทำงาน!! 

โอ้ยยย มีรูปตัวเองแล้ววเหวยยย !!

จริงๆแม่น้ำเล็กๆ ตรงนี้ใสและน่ารักมากค่ะ จะมีผีเสื้อหลากสีบินว่อนกันอยู่เป็นฝูงเลย ขณะที่นินกำลังจะถ่ายแค่นั้นแหละค่ะ 

ไกด์!!! ไกด์ตะโกนเรียก โวยวาย โบกไม้ โบกมือสุดฤทธิ์ เอาอีกหละค่ะ 3 ชะนี นี่ ตลอดดดดดดดดดดด  แอบหนีถ่ายรูปจนไกด์เกลียดแล้วค่ะ

แล้วก็ถึงเวลาของเราค่ะ เวลานี้พี่อยากมีโกโปรมาก !! ไม่ได้เก็บภาพค่ะ กลัวมือถือโดนน้ำ ไกด์แนะนำว่าทุกอย่างควรยัดใส่กระเป๋ากันน้ำ คือเคยมีคนเอาใส่ถุงกันน้ำแล้ว มีตกน้ำบ้าง พันกับเชือกบ้าง โดนดึงบ้าง นางจะไม่รับผิดชอบ นางขู่หนักมาก โอเคค่ะ เก๊าาา กลัววว แล้ววว เก๊าา ยัดมือถือลงกระเป๋าก็ได้ ภาพตัดนะคะ ไม่มีภาพ ก็เราจะได้รับไฟฉายส่องกบติดหัวคนละอัน ห่วงยาง 1 ห่วง ยัดตูดลงไป ลอยเข้าถ้ำ มันส์มากแม่คุณเอ้ยยยยยยยยย!!! ถ้ำมืดมาก เราต้องลอยไปบนห่วงยางแล้วเอามือสาวๆตามเชือกไป ถ้ำสวยมาก นิน หันไปถามนุ้ยแบบโง่ๆ ว่า " เมิงเขาเอาปูนฉาบเอาหรอวะ " อินุ้ยหัวเราะหนักมาก " อิบ้าใครจะมาฉาบปูนได้หนักขนาดนี้ ธรรมชาติเว้ย "เออหวะ คือเราติดอยู่ในโลกวัตถุมากเกินไปเว้ย ไปเล่นแต่สวนน้ำอะไรแบบนี้ ติดภาพโลกวัตถุมากเกินไป ถ้ำาสวยงามมากจริงๆ ก็ไม่มีอะไรค่ะ สาวเชือกกันไปสุดถ้ำ แล้วก็สาวกลับ ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีค่ะ ลอดไปกลับ สาวเชือกจนกล้ามขึ้น T25 ไม่ต้อง ณ จุดนี้

กลับออกมากินอาหารกลางวันที่ศาลาพักใจนั่นแหละค่ะ บาร์บีคิวไก่ ข้าวผัดปริมาณยักษ์วัดสุทัศน์กิน ขนมปังบาร์แกต 1 อัน รสชาดโดยรวมโอเคค่ะ กินไม่หมดค่ะ เยอะเกิน แต่หันไปมองค้อนกรุ๊ปทัวร์เกาหลีอีกกรุ๊ปค่ะ!! นางมีหมูย่าง กิมจิ ผักสลัด 1 กระจาดใหญ่ ห่อหมูย่างกินกันมันส์เลย แล้วก็ซดโซจู ดังเอื้อกๆๆ ค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

เอาที่สบายใจเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

จบกิจกรรม ทูบบิ้งถ้ำน้ำ เดินกลับไปรถเราค่ะ และระหว่างทางก่อนถึงรถ ก็คือถ้ำช้างค่ะ

ถ้ำช้างไม่มีอะไรมากค่ะ มีรูปปั้นพระพุทธรูปในปางต่างๆ ถ้ำเล็กๆค่ะ  จบกิจกรรมช่วงเช้า!!! ซึ่งเวลานี้ก็น่าจะเที่ยงกว่าๆ

ตอนนี้เราโบกมือบ้ายบายกับกรุ๊ปทัวร์ตอนเช้าแล้วนะคะ เพราะกรุ๊ปใหญ่ต้องไป คายัคต่อ ขอบอกว่าพลาดค่ะ คายัค ตอนแดดเปรี้ยง ความสุนทรีย์จะลดลงไป 80 เปอร์เซนต์ ย้ำกันอีกทีถ้าเลือกได้ ให้ไปคายัคกันช่วงเช้า หรือ เย็นๆเลยนะคะ บรรยากาศจะชิลล์ระดับ 10 ค่ะ

เอาหละ เราแยกมา 3 คน ทัวร์บ่ายของเรา ถ้ำจังค่ะ ต้องจ่ายค่าเข้าต่างหาก 10 บาท ไกด์ให้เวลาเราที่นี่ 1 ชั่วโมง อยากทำอะไรก็ทำตามใจชอบก่อนจะถึงถ้ำต้องข้ามสะพานก่อน จุดนี้ก็คงต้องถ่ายรูปกันแหละค่ะ บางนางถึงกับลงไปแผ่หลาบนสะพานค่ะ...เอาที่สบายใจเลย

มื่อข้ามมาแล้ว สายแดร๊กทำงานค่ะมีร้านเป็นเพิงขายของป่ามากมายอิมี่กรี๊ด!! ประหนึ่งว่าปอบเข้าสิง มัน กรี๊ด ตัวอ่อนรังผึ้งนะคะ ไม่ใช่ กรี๊ด เพราะกลัวของโปรดมันค่ะ เห็นหน้าฝรั่งแบบนี้ เยอรมัน + ร้อยเอ็ดค่ะ " ของป่า ของแปลก มีมี่มักหลาย " ส่วนนินซื้อลูกแดงๆมาลอง คืออะไรไม่รู้ นินฟังแม่ค้าพูดไม่ทัน แม่ค้าเป็นน้อง Jay-z แร๊พเอาไม่ได้พูด วัทเอฟเวอร์!! อร่อยดีค่ะ รสชาติเปรี้ยวๆหวานๆ ฉ่ำๆ เนื้อสีเหลือง จิ้มพริกเกลือลงไปเด็ดมาก

พูดแล้วน้ำลายไหลอ่ะ อยากกินอีกกกกกกกกกก ราคาทุกสิ่งอย่างจำไม่ได้ นินจะได้แค่ว่ามะพร้าวลูกละ 40 บาท แพงจนแทบจะอมเปลือกมะพร้าวกันเลยทีเดียว

เดินมาถึงตีนเขาถ้ำจัง นินไม่ได้เก็บภาพอะไรเลย เพราะเหนื่อยจากการทูบบิ้งที่ถ้ำน้ำ ตรงนี้มีน้ำตกเล็กๆ น้ำใสกิ๊ง คนเล่นเพียบ ส่วนถ้ำจัง ต้องปีนบันได้ขึ้นไปอีก 60 กว่าขั้น ซึ่งมองหน้ากันไปกันมา แต่ละคนเหนือย ไม่ไหว ขอลาละถ้ำจัง อีกอย่างข้างบนเหมือน เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เราแต่งตัวก็ติดเรตมาก เพราะเตรียมไปเล่นน้ำที่บลูลากูน เลยตกลงกันว่า ไปหาจกส้มตำฆ่าเวลา รอรถมารับไปบลูลากูน ดีกว่า สรุปไม่ได้ขึ้นไปดูถ้ำจังนะคะ

จิตวิญญาณชะนีถูกหล่อเลี้ยงด้วยส้มตำค่ะ อัดฉีดปลาร้าเข้าเส้น แปร๊บบบ!! ไม่งั้นมีน๊อคค่ะ อร่อย แซ่บบ ถึกใจหลาย เช่นเคยค่ะ ราคาจำบ่ได้

แล้วก็ 14.00 ค่ะ รถมารับไปบลูลากูน นางเอกของหนังเรื่องวังเวียง ที่ใครๆก็พูดถึง ทางโหดฉัดมากค่ะ ฝุ่นฟุ้งสวยงามประหนึ่งดรายไอซ์ และไกลมากกกกกกกกกกค่ะ ระหว่างทางก็เห็นมีฝรั่งบ้าพลังปั่นจักรยานบ้าง ขี่มอเตอร์ไซค์บ้าง ก็เอาที่นางสบายใจ นินนี่ถึงกับขอนอน ก็ไม่ได้นอนดีหรอก หัวโยกจังหวะดับเสต็ปไปประมาณ 100 เพลง

ฮ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาห์ แล้วก็ถึง......แต่เดี๋ยวววววว บลูลากูนนางหนะสวยสมคำล่ำลือ น้ำสีฟ้าเป็นสีฟ้า ใสกิ๊ง แต่มนุษย์เยอะมากกกก กอไก่บวกเข้าไปล้านตัว คือแบบยืนเก้ๆกังๆทำตัวไม่ถูก จะลงตรงไหนดีว๊าาา จะโพสท่าถ่ายรูปตรงไหนดีนะ จะไปลอยน้ำโซนไหน โอ้โหวววว คนเยอะยิ่งกว่าBTSสยาม

ผู้ชายโดดน้ำกันมันส์เลยค่ะ เราก็ส่องกันมันส์ไม่แพ้กันค่ะ ใครชอบความครึกครื้นพบปะผู้คนมาช่วงบ่าย ใครต้องการไพรเวซี่ ธรรมชาติโอบล้อม โนมนุษย์ คาดว่าตอนช้าค่ะ

ตอนเล่นน้ำไม่ได้ถ่ายไว้นะคะ ส่วนใครว่ายน้ำไม่เป็น มีห่วงยาง กับ เสื้อชูชีพให้เช่า 40 บาท ค่ะ เราก็ลอยแล้วมาขึ้นอีกฝั่ง โซนนี้บรรยากาศดีค่ะ เป็นสนามหญ้าเขียวสวย มีเสือให้นอนอาบแดดค่ะ แสงอาทิตย์ยามเย็นทอมาอีกแล้ว แสงที่นี้สวยจริง แปลกใจมาก

ลอยน้ำกันแค่รอบเดียวนะคะ เพราะน้ำเย็นเจี๊ยบ ไม่ไหวๆ ชะนีหนาว เอาแค่นี้แหละ นั่งๆนอนๆอาบแดดกันสักครู่ ก็ขึ้นรถกลับค่ะ

กลับถึงห้องกันประมาณ 4-5 โมง นั่งเล่นนอนเล่น แล้วก็อาบน้ำแต่งตัว กะว่าคืนนี้พี่จะปาร์ตี้ส่งท้ายวังเวียงอย่างสาสม อย่างไรก็แต่ หิวอีกละค่ะ จกส้มตำอีกแล้ว รอบนี้สั่ง " ตำข้าวปุ้น " มาลอง เชรดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด เด็ดมาก อร่อยมาก เส้นไม่เหมือน ขนมจีน คล้ายๆเส้นก๋วยจั๊บญวน ผสมกับ สปาเกตตี้ โหย อร่อยมากกกก!!! จำราคาไม่ได้ค่ะ

แล้วเราก็มาที่ที่เราคุ้นเคยค่ะ ไม่คิดที่จะไปลองที่อื่นกันบ้างเลย ที่นี่มีฟรีดริงค์ เวลา 19.00 - 20.30 หรือ ถึง 21.00 นี่แหละจำไม่ได้ เรากินข้าวเสร็จก็กระพือมาที่นี่เลย เอาฟรีดริงค์กัน แล้วเราก็ได้เพื่อนใหม่เป็นสาวเกาหลีค่ะ เจอกันที่บลูลากูน นางโก๊ะๆ น่ารักมาก หมา ก็เพื่อนใหม่เช่นกันค่ะ 

วันนี้ไม่อยู่จนบาร์ปิด เพราะเหนื่อย เลยแด๊นซ์แค่ 100 เสต็ปแล้วกลับห้องเลยค่ะ เพราะพรุ่งนี้ต้องกลับไทยแล้ว กลับยังไง กี่โมง ยังไม่มีแพลนค่ะ

ตั๋วรถกลับซื้อได้ที่เคาน์เตอร์โรงแรมเช่นเคยค่ะ วังเวียง-อุดรมีรอบเดียว คือ 8.30 หรือ 9.00 นี่แหละจำไม่ได้ ( จำไม่ได้เยอะมาก กุว่าต้องแดรกน้ำมันตับปลาละนิน ) เราตื่นกันไม่ไหวค่ะ เลยเลือกไป วังเวียง - เวียงจันทร์ อันนี้จะมีรถเรื่อยๆค่ะ ระยะทางพอๆกัน เราขึ้นรถ

10 โมงค่ะ มีรถตู้มารับไป บขส. เช่นเคย เฮ้อ... ใจหาย จะจบแล้ว

อันนี้ภาพบนรถตู้ค่ะ ส่วนรถ เวียงจันทร์ - อุดร ไม่มีค่ะ รถเวียงจันทร์ - อุดร เก่า และ เบาะแคบมากค่ะ เราไปถึงเวียงจันทร์กันบ่าย 3 ต่อตุ๊กๆ จากจุดลงรถไป บขส. พอถึง บขส.เวียงจันทร์ก็ งงๆ ค่ะ กำลังจะไปซื้อตั๋ว มีน้าคนนึงเดินมาถามว่าไปอุดรมั้ย เนี่ย ไปกับนาง เหมา 3 คน 400 ถึงอุดรเลย ไม่ต้องรอรถทัวร์ เราก็เหยย แค่ 400 นั่งไป 3 คนทำไมจะไม่ไป!?

ไปสิคะ โอ้ยรถดี กรี๊ดกร๊าดมาก นั่งไปซักพัก น้าบอกว่า เดี๋ยวส่งถึงหนองคายนะ แล้วไปต่อรถตู้เอา เราก็เอ๊าาาา!!? อัลลัย หลอกนี่หว่าา เออ ช่างเหอะ เหนื่อยแล้ว ต่อรถตู้ก็ต่อวะ ก็เลยต่อรถตู้จากหนองคาย ไป อุดร อีก 100 บาท ข้ามแดน แสตมป์พาสปอร์ต แล้วก็ถึงอุดร โดยสวัสดิภาพ

จบ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

สรุป!!!!!!! 3 วัน 2 คืน เป็นช่วงเวลากำลังดี ถ้า 3 คืน 4 วันจะเพอร์เฟ็คมาก

และ นินแลกเงินไปแค่ 3000 บาทถ้วน นินจ่ายค่าห้อง ค่าทัวร์ ค่ากิน ค่าดื่ม คือเหลือกลับมา 160 บาท

ขอบอกว่าไม่ต้องมาอ่านรีวิวแล้วมโนภาพตามวุ่นวายให้เวิ้นเว้อ เอาง่ายๆ 

1.เก็บเงิน

2.ชวนเพื่อน เพื่อนไม่ว่างก็ไปคนเดียว ไปเลย สนับสนุนให้ไป การไปเที่ยวคนเดียวไม่ใช่เรื่องน่ากลัว 

3.จองห้องพัก จะจอง หรือ ไปลุยหาที่นู่นก็เอาที่สบายใจ

4.ศึกษาไว้ว่าควรไปไหนบ้างจะไปแยกๆแบบนิน หรือ จะซื้อทัวร์เอาก็ได้ กิจกรรมก็มี คายัค ทูบบิ้ง บลูลากูน เข้าถ้ำ ประมาณนี้แหละ

5. จงไป ไปให้เห็นกับตา มันสวยเกินกว่าที่ภาพและตัวหนังสือจะบรรยายได้ นินถ่ายวีดีโอไว้ด้วย เดี๋ยวจะตัดต่อแล้วมาแปะลิงก์ให้ดูอีกที

6. ไปเถอะ สวยจริงๆ อยากกลับไปอีก จะไปอีกแน่ๆ

7. ถ้านินไปครั้งหน้านินจะจ้างตากล้องแบบวันรับปริญญาไปถ่ายรูปนินให้สาแก่ใจ หึ นังเพื่อนเลวววววววววววววววว

ขอบคุณที่สละเวลาเข้ามาอ่านนะคะ นินไม่คิดหรอกว่ากระทู้นี้จะมีสาระอะไร หรือ ช่วยแก้ข้อสงสัยอะไรได้

จุดประสงค์หลักของการเขียนกรทู้ครั้งนี้คือ 

" จงไป ให้เห็นกับตา "

นินนิน , นุ้ย , มีมี่ 3ชะนี แบคแพคลุยวังเวียงขอจบการรีวิว

มีไรถามมาได้นะคะ จขกท. เฟรนด์ลี่ เป็นมิตรพอๆกับโกลเด้นรีทีฟเวอร์ค่ะ

Credit pic: Ninnin,Nui,Miim

ขอขอบคุณ คุณ ninnin11june  เจ้าของเรื่อง 3 ชะนีแบ๊คแพคลุยเที่ยว..วังเวียง

อัลบั้มภาพ 65 ภาพ

อัลบั้มภาพ 65 ภาพ ของ ตามรอยทริปดัง "3 ชะนีแบ๊คแพคลุยเที่ยว..วังเวียง"

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook